war
สงคราม อิหร่าน อิสราเอล จะจบลงเมื่อไร ? ทรัมป์กล่าวว่าสงครามกับอิหร่านจะจบลง ‘ในไม่ช้า’ ขณะที่อิสราเอลยืนยันว่าไม่มีการกำหนดกรอบเวลาในการทำสงคราม
“ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ชื่นชมความคืบหน้าของสงคราม ขณะที่อิหร่านยังคงปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซและเปิดการโจมตีทั่วทั้งภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง”
นี่คือคำแปลภาษาไทยของข่าวทั้งหมด:
โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) กล่าวว่า สงครามกับอิหร่านอาจจะจบลง “ในไม่ช้า” เนื่องจากแทบจะ “ไม่เหลือเป้าหมายให้กองทัพสหรัฐโจมตีอีกแล้ว”
ในการให้สัมภาษณ์กับ Axios เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เน้นย้ำว่า เขาสามารถตัดสินใจยุติการสู้รบได้ทุกเมื่อที่ต้องการ
“เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมต้องการให้มันจบ มันก็จะจบ”
ทรัมป์กล่าวตามรายงาน
คำกล่าวของเขาเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล อิสราเอล แคตซ์ (Israel Katz) ให้ความเห็นว่า กรอบเวลาของสงครามยังไม่มีการกำหนดแน่ชัด
แคตซ์กล่าวว่า
“ปฏิบัติการจะดำเนินต่อไปโดยไม่มีการกำหนดระยะเวลา ตราบเท่าที่จำเป็น จนกว่าเราจะบรรลุเป้าหมายทั้งหมดและได้รับชัยชนะในการรณรงค์ครั้งนี้”
ในการให้สัมภาษณ์กับ Axios ทรัมป์ยังย้ำอีกว่า สงครามกำลังดำเนินไปเร็วกว่าที่คาดไว้
“สงครามกำลังดำเนินไปอย่างยอดเยี่ยม เราเร็วกว่าแผนที่วางไว้มาก เราสร้างความเสียหายได้มากกว่าที่คาดคิด แม้แต่ในช่วงเวลา 6 สัปดาห์แรกตามแผนเดิม”
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กล่าวหลายครั้งว่าสงครามอาจจะ ยุติลงในไม่ช้า แต่รัฐบาลวอชิงตันยัง ไม่ได้ให้กรอบเวลาที่ชัดเจน สำหรับการยุติปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้
นอกจากนี้ ยังไม่ชัดเจนว่า อิหร่านจะยอมรับการหยุดยิงหรือไม่ หากการประกาศหยุดยิงมาจากฝั่งสหรัฐฝ่ายเดียว
ด้าน ประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เปเซชเคียน (Masoud Pezeshkian) ได้เปิดเผยเงื่อนไขของอิหร่านในการยุติสงครามเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยรวมถึง
การชดเชยความเสียหายจากการโจมตีของ สหรัฐและอิสราเอลและ หลักประกันจากนานาชาติอย่างเข้มแข็ง ว่าอิหร่านจะไม่ถูกโจมตีอีกในอนาคต

คำถามว่า “สงคราม อิหร่าน อิสราเอล จะจบลงเมื่อไร” เป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก และ ไม่มีใครสามารถให้คำตอบที่แน่นอนได้ เนื่องจากสถานการณ์มีความผันผวนสูงและขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ
นี่คือบทวิเคราะห์เกี่ยวกับปัจจัยที่อาจส่งผลให้ความขัดแย้งยุติลง หรือทำให้อุณหภูมิความตึงเครียดลดลงได้:
1. ปัจจัยที่อาจนำไปสู่การลดความตึงเครียดหรือการยุติความขัดแย้ง (ชั่วคราวหรือถาวร):
การเจรจาทางการทูตและแรงกดดันจากนานาชาติ: นี่เป็นแนวทางที่นานาชาติ (รวมถึงสหรัฐฯ, สหภาพยุโรป, และประเทศอาหรับบางประเทศ) กำลังพยายามทำอย่างหนัก
หากมีการตกลง หยุดยิง (Ceasefire) ในฉนวนกาซา ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและกลุ่มพันธมิตรของอิหร่าน (เช่น ฮิซบอลเลาะห์) ก็อาจลดลงตามไปด้วย
การเจรจาผ่านตัวกลางเพื่อตกลงขอบเขตของการตอบโต้ (De-escalation agreement) เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบ
ความเหนื่อยล้าจากสงครามและผลกระทบทางเศรษฐกิจ:
ทั้งอิหร่านและอิสราเอลต่างได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างหนักจากความขัดแย้ง (ค่าใช้จ่ายทางการทหาร, การคว่ำบาตร, และผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและการลงทุน) หากสถานการณ์ยืดเยื้อ แรงกดดันภายในประเทศอาจบีบให้ผู้นำทั้งสองฝ่ายต้องมองหาทางออกการบรรลุวัตถุประสงค์ทางการทหารหรือการเมือง: หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกว่าตนได้บรรลุเป้าหมายหลักแล้ว (เช่น การทำลายขีดความสามารถทางการทหารของอีกฝ่ายในระดับหนึ่ง หรือการส่งสัญญาณทางการเมืองที่รุนแรงพอ) ก็อาจจะยอมรามือ
2. ปัจจัยที่ทำให้ความขัดแย้งอาจยืดเยื้อหรือบานปลาย:
อุดมการณ์และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ลึกซึ้ง: อิหร่านไม่ยอมรับความชอบธรรมของรัฐอิสราเอลและสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธที่ต่อต้านอิสราเอล ในขณะที่อิสราเอลมองว่าโครงการนิวเคลียร์และอิทธิพลของอิหร่านในภูมิภาคเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของตนโดยตรง ตราบใดที่ปัญหาพื้นฐานเหล่านี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข ความตึงเครียดก็จะยังคงอยู่
ความผิดพลาดในการคำนวณ (Miscalculation): ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดเช่นนี้ การโจมตีที่รุนแรงเกินไปหรือการโต้ตอบที่ไม่ได้สัดส่วนเพียงครั้งเดียว อาจนำไปสู่การตอบโต้แบบ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” (tit-for-tat) ที่ควบคุมไม่ได้ และลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบ
บทบาทของพันธมิตร: หากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน หรือกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน ยกระดับการโจมตีอิสราเอลอย่างรุนแรง อิสราเอลอาจตัดสินใจตอบโต้อย่างหนัก ซึ่งอาจดึงให้อิหร่านเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรงมากขึ้น
บทสรุป:
การคาดการณ์วันที่สงครามจะจบจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ สถานการณ์มีแนวโน้มที่จะเป็นความขัดแย้งที่มีความรุนแรงสลับกับช่วงเวลาที่ตึงเครียดลดลง (Cyclical conflict) มากกว่าที่จะจบลงอย่างเด็ดขาดด้วยสนธิสัญญาสันติภาพในเร็วๆ นี้
สิ่งที่ทำได้คือการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และดูว่าความพยายามทางการทูตจะประสบความสำเร็จในการลดความตึงเครียดได้หรือไม่ และสถานการณ์ในฉนวนกาซาจะคลี่คลายไปในทิศทางใด เพราะเป็นกุญแจสำคัญของความตึงเครียดในภูมิภาคนี้


