
นักวิจารณ์กล่าวว่า การอ้างของทรัมป์เรื่องการเจรจาเป็นกลยุทธ์เพื่อทำให้ตลาดสงบลง แต่ฝ่ายอิหร่านอาจพร้อมที่จะเจรจาหรือไม่?

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงยืนยันว่ามีการเจรจาอย่าง “มีประสิทธิภาพ” กับอิหร่าน เพื่อหาทางยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานเกือบหนึ่งเดือน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งสับสนคือ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านออกมาปฏิเสธอย่างต่อเนื่องว่าไม่เคยมีการเจรจาใด ๆ เกิดขึ้นเลย
ท่ามกลางหมอกควันของสงครามและข้อมูลที่แต่ละฝ่ายพยายามสื่อออกมา การจะบอกว่าใครพูดความจริงจึงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่หากมองลึกลงไปถึง “ผลประโยชน์” ของแต่ละฝ่าย ก็อาจช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้น
คำกล่าวของทรัมป์เกี่ยวกับความคืบหน้าของการเจรจาเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นสหรัฐเปิดทำการ และยังสอดคล้องกับเส้นตาย 5 วันที่เขากำหนด ซึ่งพอดีกับช่วงปลายสัปดาห์ซื้อขาย หลายฝ่ายจึงตั้งข้อสังเกตว่าการสื่อสารลักษณะนี้อาจมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดความตื่นตระหนกของตลาด โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันผันผวนอย่างหนักจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ขณะเดียวกัน การพูดถึงการเจรจายังอาจเป็นการ “ซื้อเวลา” ให้สหรัฐสามารถเตรียมความพร้อมทางทหารเพิ่มเติม หากมีการตัดสินใจยกระดับปฏิบัติการในภูมิภาค
ในอีกด้านหนึ่ง อิหร่านเองก็มีแรงจูงใจที่จะปฏิเสธการเจรจา เพราะความไม่แน่นอนและความตึงเครียดที่ดำรงอยู่ ส่งผลให้ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจของสหรัฐและทั่วโลก และอาจทำหน้าที่เป็นเครื่องมือยับยั้งไม่ให้เกิดการโจมตีเพิ่มเติม
ด้วยเหตุนี้ คำแถลงของทั้งสองฝ่ายจึงสะท้อน “เกมการเมือง” มากพอ ๆ กับข้อเท็จจริง การที่สหรัฐบอกว่ากำลังเจรจา และอิหร่านยืนยันว่าไม่มี อาจไม่ได้หมายความว่าฝ่ายใดโกหกโดยตรง แต่อาจเป็นการเลือกเล่าในมุมที่เป็นประโยชน์ต่อยุทธศาสตร์ของตนเอง
ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นอาจอยู่ตรงกลางระหว่างสองคำกล่าวนั้น คืออาจมีการติดต่อหรือส่งสัญญาณบางอย่างเกิดขึ้นจริง แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นการเจรจาอย่างเป็นทางการที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับตรงกัน



