
สำหรับร้านอาหารและธุรกิจเดลิเวอรี่ การให้ความสำคัญกับคุณภาพอาหารเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ใส่และสัมผัสอาหารก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง โดยเฉพาะร้านที่ใช้กล่องกระดาษสำหรับอาหารร้อน อาหารมัน หรืออาหารที่มีความชื้นสูง
หากเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับลักษณะการใช้งาน อาจเกิดปัญหาได้ตั้งแต่กล่องเปื่อย กล่องรั่ว มีกลิ่นผิดปกติ ไปจนถึงความเสี่ยงจากการถ่ายโอนสารจากวัสดุไปสู่อาหาร ดังนั้นคำว่า “กล่อง Food Grade” จึงเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการร้านอาหารควรทำความเข้าใจให้ถูกต้อง
ทำไมบรรจุภัณฑ์ถึงอยู่ในขอบเขตการตรวจของ อย.
การควบคุมความปลอดภัยด้านอาหารไม่ได้มีเพียงเรื่องวัตถุดิบ กระบวนการผลิต หรือสุขลักษณะของอาหารเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับ ภาชนะและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้กับอาหาร ตามประเภทและลักษณะการใช้งานด้วย
โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอาหารโดยตรง ผู้ประกอบการควรพิจารณาวัสดุที่ใช้ กระบวนการผลิต สารเคมีที่เกี่ยวข้อง รวมถึงความเหมาะสมกับอาหารแต่ละประเภท เพราะมีโอกาสเกิดการย้ายที่ของสารเคมีจากวัสดุไปสู่อาหาร หรือที่เรียกว่า Migration ได้
ตัวอย่างเช่น อาหารที่มีความร้อนสูง อาหารที่มีน้ำมัน หรืออาหารที่มีความชื้น อาจมีเงื่อนไขการใช้งานแตกต่างจากอาหารแห้ง ดังนั้นการเลือกกล่องจึงไม่ควรพิจารณาเพียงความสวยงามหรือราคา แต่ควรดูว่าเหมาะสมกับอาหารและสภาพการใช้งานหรือไม่
สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันมีมาตรฐานเกี่ยวกับ กระดาษสัมผัสอาหาร โดย สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เช่น มอก. 2948-2562 และ มอก. 3438-2565 ซึ่งมีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของกระดาษและภาชนะกระดาษที่ใช้สัมผัสอาหาร โดยมาตรฐานดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2569 ตามประเภทที่กำหนด
ดังนั้น ร้านอาหารจึงควรแยกให้ออกระหว่าง มาตรฐานของอาหาร กับ มาตรฐานของวัสดุหรือบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอาหาร เพราะเป็นคนละส่วนกัน
สถิติ/แนวโน้มการตรวจพบปัญหาจากบรรจุภัณฑ์ในไทย
ปัจจุบันผู้บริโภคหันมาใช้บริการอาหารเดลิเวอรี่และอาหารพร้อมรับประทานมากขึ้น ทำให้บรรจุภัณฑ์มีบทบาททั้งในด้านความปลอดภัย คุณภาพอาหาร และการขนส่ง
ขณะเดียวกัน ภาครัฐก็มีการยกระดับมาตรฐานสินค้าที่เกี่ยวข้องกับกระดาษสัมผัสอาหาร โดย สมอ. ระบุว่ามาตรฐาน มอก. 2948-2562 และ มอก. 3438-2565 มีข้อกำหนดเกี่ยวกับสารเคมีและโลหะหนักที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค รวมถึงกำหนดให้สารเคมีที่ใช้ต้องอยู่ในชั้นคุณภาพสำหรับการสัมผัสอาหารตามเงื่อนไขของมาตรฐาน
จึงไม่ควรสรุปว่ากล่องกระดาษทุกประเภทสามารถนำมาใส่อาหารได้ เพียงเพราะเป็น “กระดาษ” หรือมีคำว่า “รีไซเคิล” บนผลิตภัณฑ์ แต่ต้องพิจารณามาตรฐานและวัตถุประสงค์การใช้งานของวัสดุนั้นด้วย
กล่อง Food Grade คืออะไร ทำไมถึงเป็นเงื่อนไขสำคัญ
กล่อง Food Grade หรือบรรจุภัณฑ์ Food Grade หมายถึงบรรจุภัณฑ์หรือวัสดุที่ได้รับการออกแบบและผลิตให้เหมาะสมกับการใช้งานที่เกี่ยวข้องกับอาหารตามข้อกำหนดและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
สิ่งสำคัญคือคำว่า Food Grade ไม่ควรถูกตีความว่า “ทำจากกระดาษใหม่ 100% แล้วจะปลอดภัยเสมอ” หรือ “มีกล่อง Food Grade แล้วสามารถใส่อาหารได้ทุกประเภท” เพราะความปลอดภัยต้องพิจารณาทั้งวัสดุ กระบวนการผลิต สารที่ใช้ รวมถึงลักษณะการสัมผัสอาหารและอุณหภูมิในการใช้งาน
นิยามและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง (อย., มอก., มาตรฐานสากล)
ในประเทศไทยมีมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับกระดาษสัมผัสอาหารโดยตรง เช่น มอก. 2948-2562 กระดาษสัมผัสอาหาร และ มอก. 3438-2565 กระดาษสัมผัสอาหารสำหรับปรุงอาหารด้วยความร้อน
มอก. 2948-2562 ครอบคลุมกระดาษ กระดาษแข็ง และภาชนะกระดาษบางประเภทที่ใช้กับอาหารและมีโอกาสเกิดการย้ายที่ของสารเคมีไปสู่อาหาร ส่วน มอก. 3438-2565 ครอบคลุมวัสดุที่ใช้สัมผัสอาหารสำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับความร้อน เช่น การอุ่นหรือปรุงอาหารตามขอบข่ายของมาตรฐาน
นอกจากนี้ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 435 พ.ศ. 2565 ที่มักถูกนำมาอ้างถึงในเรื่อง Food Grade นั้น เป็นมาตรฐานเกี่ยวกับ ภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก จึงไม่ควรนำมาใช้เป็นหลักฐานว่ากล่องกระดาษทุกชนิดผ่านมาตรฐานดังกล่าว
ดังนั้น หากร้านอาหารต้องการเลือก กล่องอาหาร Food Grade ควรสอบถามผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์ถึงมาตรฐานและเอกสารที่ตรงกับวัสดุและการใช้งานจริง
วัสดุที่ใช้ผลิตกล่อง Food Grade ต่างจากกล่องทั่วไปอย่างไร
| คุณลักษณะ | กล่อง Food Grade | กล่องทั่วไป |
|---|---|---|
| วัตถุดิบ | วัสดุที่เหมาะสมกับการใช้งานสัมผัสอาหารตามข้อกำหนด | อาจไม่ได้ออกแบบหรือรับรองสำหรับการสัมผัสอาหาร |
| สารเคมี | ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง | อาจไม่มีข้อมูลเพียงพอสำหรับการใช้งานกับอาหาร |
| การใช้งาน | เลือกตามประเภทอาหาร อุณหภูมิ ความมัน และความชื้น | อาจเหมาะกับการใช้งานทั่วไปมากกว่า |
| เอกสารรับรอง | ควรสามารถตรวจสอบมาตรฐานหรือผลการทดสอบที่เกี่ยวข้องได้ | อาจไม่มีเอกสารสำหรับการสัมผัสอาหาร |
ทั้งนี้ Food Grade ไม่ได้หมายความว่ากล่องทุกส่วนต้องทำจากวัสดุชนิดเดียวกัน แต่ควรพิจารณาทั้งโครงสร้าง วัสดุสัมผัสอาหาร หมึกพิมพ์ กาว หรือสารเคลือบที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ตามการใช้งานจริง
เคสจริง: ร้านอาหาร/ธุรกิจที่มีปัญหาเพราะบรรจุภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน
ลักษณะปัญหาที่พบ (สารปนเปื้อน, กลิ่น, การเสื่อมสภาพ)
ปัญหาจากบรรจุภัณฑ์ไม่ได้มีเพียงเรื่องสารเคมีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคุณสมบัติทางกายภาพที่อาจส่งผลต่ออาหารและประสบการณ์ของลูกค้า เช่น
- กลิ่นผิดปกติ: กล่องหรือวัสดุบางประเภทอาจมีกลิ่นจากกระบวนการผลิต กาว หมึก หรือวัสดุที่ใช้ หากไม่เหมาะกับอาหาร
- ความเสี่ยงจากสารเคมี: หากวัสดุหรือสารที่ใช้ในการผลิตไม่เหมาะกับการสัมผัสอาหาร อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการย้ายที่ของสารจากบรรจุภัณฑ์สู่อาหาร
- กล่องนิ่มหรือเสียรูป: หากเลือกกระดาษไม่เหมาะกับอาหารที่มีความร้อน น้ำมัน หรือความชื้น กล่องอาจเสียรูปและทำให้อาหารหกหรือรั่วระหว่างการขนส่ง
- การรั่วซึม: อาหารที่มีน้ำซุป ซอส หรือน้ำมันจำเป็นต้องใช้บรรจุภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับลักษณะอาหาร
ผลกระทบที่ตามมา (ปรับ/สั่งปิด/เสียชื่อเสียง/เสียลูกค้า)
เมื่อบรรจุภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่เหมาะสมกับการใช้งาน ผลกระทบต่อธุรกิจอาจเกิดขึ้นได้หลายด้าน เช่น
- ต้องเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์: หากพบว่ากล่องไม่เหมาะกับการใช้งาน อาจต้องหยุดใช้และเปลี่ยนไปใช้วัสดุที่เหมาะสม
- เพิ่มต้นทุน: การเปลี่ยนกล่องกะทันหันอาจทำให้เกิดต้นทุนสต็อกและค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อเพิ่มขึ้น
- กระทบภาพลักษณ์: กล่องรั่ว กล่องยุบ หรือมีกลิ่นผิดปกติอาจทำให้ลูกค้ามีประสบการณ์ที่ไม่ดี
- เพิ่มความเสี่ยงด้านกฎหมาย: หากบรรจุภัณฑ์ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการอาจต้องรับผิดชอบตามกฎหมายและมาตรฐานที่ใช้บังคับกับผลิตภัณฑ์นั้น
5 จุดที่ควรตรวจสอบก่อนเลือกกล่องบรรจุอาหาร
การเลือก กล่องบรรจุอาหาร ไม่ควรดูแค่ราคาและรูปทรง แต่ควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญอย่างน้อย 5 จุดก่อนสั่งผลิตหรือสั่งซื้อจำนวนมาก
ใบรับรอง/เอกสารที่ควรขอจากซัพพลายเออร์
ควรสอบถามผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์ว่า มีเอกสารใดบ้างที่แสดงถึงความเหมาะสมสำหรับการสัมผัสอาหาร เช่น ใบรับรองมาตรฐาน ผลการทดสอบจากห้องปฏิบัติการ หรือเอกสารเกี่ยวกับวัตถุดิบและสารที่ใช้ในการผลิต
ไม่ควรพิจารณาเพียงเอกสารที่เขียนว่า “Food Grade” โดยไม่ดูว่าครอบคลุมวัสดุและการใช้งานของกล่องจริงหรือไม่
การสังเกตด้วยตาเปล่าเบื้องต้น
ก่อนนำกล่องไปใช้งานจริง ควรตรวจสอบเบื้องต้น เช่น
- ผิวกระดาษสะอาด ไม่มีสิ่งสกปรกหรือเศษวัสดุผิดปกติ
- ไม่มีกลิ่นเคมีหรือกลิ่นแปลกปลอมรุนแรง
- โครงสร้างกล่องแข็งแรงและเหมาะกับน้ำหนักอาหาร
- ไม่เปื่อยหรือเสียรูปง่ายเมื่อใช้งานตามเงื่อนไขที่กำหนด
- ขนาดและรูปแบบเหมาะกับอาหารที่ต้องการบรรจุ
อย่างไรก็ตาม การสังเกตด้วยตาเปล่าไม่สามารถยืนยันความเป็น Food Grade ได้ทั้งหมด จึงควรตรวจสอบเอกสารจากผู้ผลิตประกอบด้วย
คำถามที่ควรถามก่อนสั่งซื้อ
ก่อนสั่งกล่องอาหารจำนวนมาก ควรถามซัพพลายเออร์ให้ชัดเจนว่า
- กระดาษหรือวัสดุที่ใช้ผลิตเหมาะสำหรับการสัมผัสอาหารหรือไม่?
- กล่องรุ่นนี้เหมาะกับอาหารร้อน อาหารมัน หรืออาหารที่มีความชื้นหรือไม่?
- วัสดุ หมึก กาว หรือสารเคลือบที่เกี่ยวข้องกับการผลิตมีข้อมูลหรือเอกสารด้าน Food Contact หรือไม่?
- มีผลการทดสอบหรือใบรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หรือไม่?
- สามารถให้เอกสารประกอบเพื่อใช้ตรวจสอบก่อนสั่งผลิตจำนวนมากได้หรือไม่?
วิธีป้องกันไม่ให้ธุรกิจของคุณเจอปัญหาแบบเดียวกัน
เลือกซัพพลายเออร์ที่มีมาตรฐานรองรับ
การเลือกผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่มีประสบการณ์และสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุ กระบวนการผลิต และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
สำหรับธุรกิจอาหาร ควรเลือกผู้ผลิตที่สามารถออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับลักษณะสินค้า ไม่ว่าจะเป็นอาหารแห้ง อาหารร้อน อาหารที่มีน้ำมัน หรืออาหารที่ต้องขนส่งเป็นระยะทางไกล
Siam Carton Industry เป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูกที่มีโซลูชันสำหรับ Food-Grade Packaging ทั้งบรรจุภัณฑ์ชั้นในสำหรับการสัมผัสอาหารโดยตรง และบรรจุภัณฑ์ชั้นนอกสำหรับการจัดเก็บและขนส่ง โดยสามารถเลือกโซลูชันให้เหมาะกับประเภทสินค้า น้ำหนัก และรูปแบบการใช้งานได้
ตรวจสอบเอกสารรับรองทุกล็อตการผลิต
สำหรับการสั่งผลิตจำนวนมาก ไม่ควรตรวจสอบเฉพาะตัวอย่างครั้งแรกแล้วจบ แต่ควรตกลงกับผู้ผลิตให้ชัดเจนเกี่ยวกับมาตรฐาน วัตถุดิบ และเอกสารที่จำเป็นสำหรับการตรวจสอบคุณภาพ
ในกรณีที่สินค้ามีข้อกำหนดเฉพาะ อาจขอผลการทดสอบหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับล็อตการผลิตตามความเหมาะสม เพื่อช่วยควบคุมคุณภาพของบรรจุภัณฑ์ให้สม่ำเสมอ
การเลือกบรรจุภัณฑ์
การเลือกบรรจุภัณฑ์สำหรับร้านอาหารไม่ควรมองเพียงเรื่องราคา ความสวยงาม หรือความแข็งแรงของกล่องเท่านั้น แต่ควรพิจารณาถึง ความเหมาะสมกับอาหารและมาตรฐานของวัสดุที่ใช้สัมผัสอาหาร ด้วย
โดยเฉพาะในปี 2569 ที่มาตรฐาน มอก. 2948-2562 กระดาษสัมผัสอาหาร และ มอก. 3438-2565 กระดาษสัมผัสอาหารสำหรับปรุงอาหารด้วยความร้อน มีบทบาทสำคัญต่อการควบคุมความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์กระดาษที่เกี่ยวข้องกับอาหาร ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบมาตรฐานและเอกสารจากผู้ผลิตให้ตรงกับประเภทบรรจุภัณฑ์และลักษณะการใช้งาน
การเลือก กล่อง Food Grade จากผู้ผลิตที่สามารถให้ข้อมูลด้านวัสดุ คุณภาพ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องได้ จึงช่วยลดความเสี่ยงด้านคุณภาพสินค้าและสร้างความมั่นใจให้กับธุรกิจอาหารได้มากขึ้น
หากกำลังมองหาบรรจุภัณฑ์ Food Grade สำหรับธุรกิจอาหาร สามารถดูข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการของ Siam Carton Industry ซึ่งมีบริการด้านบรรจุภัณฑ์ Food Grade สำหรับธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม เบเกอรี่ และสินค้าพร้อมรับประทาน รวมถึงบรรจุภัณฑ์สำหรับการจัดเก็บและขนส่ง





