iPhone 18 และสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนชิปและ RAM
อุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนและสินค้าไอทีทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนจากราคาหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ DRAM และ NAND Flash ซึ่งได้รับผลกระทบจากความต้องการใช้งานในระบบ AI และศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ ขณะที่ iPhone 18 Series ของ Apple กำลังถูกจับตามองว่าอาจเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนดังกล่าว
แม้ Apple เปิดตัวเเละประกาศราคา iPhone 18 อย่างเป็นทางการวันที่ 9 ก.ย. 2569 แต่ข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาดและรายงานในแวดวงเทคโนโลยีเริ่มชี้ให้เห็นว่า ต้นทุนการผลิตของ iPhone รุ่นใหม่อาจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่า iPhone 18 Pro และสมาร์ทโฟนระดับเรือธงจากผู้ผลิตรายอื่นอาจมีราคาสูงขึ้นตามต้นทุนชิ้นส่วน
หมายเหตุ: ข้อมูลราคาและสเปก iPhone 18 ในบทความนี้เป็นข้อมูลจากการคาดการณ์และรายงานก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่ราคาหรือสเปกที่ Apple ยืนยันแล้ว
ทำไมสินค้าไอทีและสมาร์ทโฟนอาจมีราคาแพงขึ้น?
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ ต้นทุนหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย TrendForce ระบุว่าราคาสัญญา Mobile DRAM เพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2026 และแรงกดดันดังกล่าวกำลังส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนของผู้ผลิตสมาร์ทโฟน
ในไตรมาส 3 ปี 2026 TrendForce คาดว่าราคา DRAM แบบสัญญาจะเพิ่มขึ้นประมาณ 13-18% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ขณะที่ NAND Flash เพิ่มขึ้นประมาณ 10-15% และผู้ผลิตสมาร์ทโฟนมีแนวโน้มปรับราคาขายปลีกเพื่อชดเชยต้นทุน LPDRAM ที่สูงขึ้น
นอกจากนี้ ในไตรมาส 2 ปี 2026 ราคาเฉลี่ยของ LPDDR4X และ LPDDR5X ก็ถูกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 70-75% และ 78-83% ตามลำดับเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
3 สาเหตุหลักที่อาจทำให้มือถือและสินค้าไอทีแพงขึ้น

1. ความต้องการ RAM จาก AI และ Data Center เพิ่มขึ้น
การขยายตัวอย่างรวดเร็วของ AI ทำให้ผู้ให้บริการ Data Center ต้องใช้หน่วยความจำประสิทธิภาพสูงจำนวนมาก ทั้ง HBM, Server DRAM และหน่วยความจำสำหรับระบบประมวลผล AI
TrendForce ระบุว่าผู้ผลิตหน่วยความจำกำลังจัดสรรกำลังการผลิตไปยังผลิตภัณฑ์สำหรับเซิร์ฟเวอร์และ AI มากขึ้น ส่งผลให้ตลาด Consumer DRAM รวมถึงหน่วยความจำที่ใช้ในสมาร์ทโฟนมีปริมาณจำกัดมากขึ้น
ผลที่ตามมาคือผู้ผลิตมือถืออาจต้องเลือกระหว่าง ขึ้นราคา ลดสเปกบางส่วน หรือปรับจำนวนการผลิต เพื่อควบคุมต้นทุน
2. ต้นทุนชิปประมวลผลรุ่นใหม่
อีกประเด็นที่ถูกจับตามองคือการเปลี่ยนไปใช้กระบวนการผลิตระดับ 2 นาโนเมตรในชิปรุ่นใหม่ของ Apple
TSMC ระบุว่าเทคโนโลยี N2 หรือ 2nm เริ่มเข้าสู่การผลิตจำนวนมากในไตรมาส 4 ปี 2025 และถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานและความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์
สำหรับ iPhone 18 Pro มีรายงานว่าจะใช้ชิปตระกูล A20 Pro ที่ผลิตด้วยกระบวนการ 2nm แต่เรื่องนี้ยังต้องถือเป็นข้อมูลจากข่าวหลุดและการคาดการณ์จนกว่า Apple จะประกาศอย่างเป็นทางการ
3. ต้นทุน BOM ของสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น
BOM หรือ Bill of Materials คือการประเมินต้นทุนชิ้นส่วนหลักที่ใช้ประกอบผลิตภัณฑ์
TrendForce ประเมินว่า BOM ของ iPhone 18 Pro รุ่นความจุ 256GB อาจเพิ่มขึ้นประมาณ 38% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยมีต้นทุนหน่วยความจำเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าราคาขายปลีกจะเพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน เพราะ Apple สามารถเลือกแบกรับต้นทุนบางส่วนเพื่อลดผลกระทบต่อผู้บริโภคได้
iPhone 18 จะขึ้นราคาเท่าไร?
ประเด็นเรื่องราคาเป็นหนึ่งในเรื่องที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในขณะนี้ แต่ Apple ยังไม่ได้ประกาศราคา iPhone 18 อย่างเป็นทางการ
รายงานล่าสุดมีการคาดการณ์ว่ารุ่น Pro และ Pro Max อาจมีราคาสูงขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า ขณะที่ iPhone รุ่นพับได้ซึ่งถูกเรียกกันในรายงานข่าวว่า iPhone Ultra อาจถูกวางตำแหน่งเป็นผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมมากกว่า iPhone รุ่นปกติ
บางแหล่งคาดการณ์ราคา iPhone Ultra ไว้ในช่วงประมาณ 2,099-2,299 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นเพียงประมาณการและอาจเปลี่ยนแปลงได้ก่อนการเปิดตัวจริง
ดังนั้น ผู้บริโภคไม่ควรนำตัวเลขดังกล่าวไปตีความว่าเป็น ราคาเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Apple
iPhone 18 Pro อาจมีอะไรใหม่?
แม้รายละเอียดทั้งหมดจะยังต้องรอการเปิดตัว แต่ข่าวหลุดในปัจจุบันพูดถึงการอัปเกรดหลายด้าน
ชิป A20 Pro และกระบวนการผลิต 2nm
A20 Pro ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นชิปสำหรับ iPhone 18 Pro และอาจใช้กระบวนการผลิต 2nm ของ TSMC ซึ่งจะเน้นทั้งประสิทธิภาพและการประหยัดพลังงาน
มีรายงานล่าสุดเกี่ยวกับโครงสร้างชิป A20 Pro ที่อาจมีการเพิ่มประสิทธิภาพด้าน GPU และการประมวลผล AI แต่รายละเอียดดังกล่าวยังไม่ใช่ข้อมูลที่ Apple ยืนยัน
RAM อาจเพิ่มขึ้น
รายงานหลายแห่งคาดการณ์ว่า iPhone 18 Pro อาจมาพร้อม RAM 12GB เพื่อรองรับการทำงานด้าน AI และระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่
อย่างไรก็ตาม RAM ของ iPhone 18 แต่ละรุ่นยังควรรอข้อมูลจาก Apple ก่อนสรุปเป็นข้อมูลทางการ
กล้องอาจได้รับการอัปเกรด
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ถูกพูดถึงคือ Variable Aperture หรือรูรับแสงที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ ซึ่งอาจช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการถ่ายภาพ โดยเฉพาะการควบคุมแสงและระยะชัดลึก
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าฟีเจอร์ดังกล่าวอาจจำกัดอยู่ในรุ่น Pro Max จึงยังไม่ควรเขียนว่า iPhone 18 Pro ทุกรุ่นจะมีฟีเจอร์นี้
ไม่ใช่แค่ iPhone ที่อาจได้รับผลกระทบ
ปัญหาต้นทุนหน่วยความจำไม่ได้เกิดขึ้นกับ Apple เพียงรายเดียว
TrendForce ระบุว่าผู้ผลิตสมาร์ทโฟนทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุน DRAM ที่สูงขึ้น และผู้ผลิตบางรายอาจต้องปรับทั้งราคา สเปก และแผนการผลิตเพื่อรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ผลกระทบจึงอาจครอบคลุมตั้งแต่
- สมาร์ทโฟน Android
- iPhone
- โน้ตบุ๊ก
- AI PC
- SSD
- อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค
โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องใช้ DRAM และ NAND Flash ในปริมาณมาก
ผู้บริโภคควรซื้อโทรศัพท์ตอนนี้หรือรอ iPhone 18?
คำตอบขึ้นอยู่กับความจำเป็นของแต่ละคน
หากโทรศัพท์เครื่องปัจจุบันยังใช้งานได้ดี การรอให้ iPhone 18 เปิดตัวอย่างเป็นทางการอาจช่วยให้เห็นทั้ง ราคา สเปก และโปรโมชั่นของรุ่นใหม่ รวมถึงราคาของ iPhone รุ่นก่อนหน้าที่อาจปรับลง
แต่สำหรับคนที่กำลังจะซื้อสมาร์ทโฟนใหม่ ควรเปรียบเทียบราคากับสเปกจริงก่อนตัดสินใจ โดยเฉพาะหากราคาหน่วยความจำยังอยู่ในระดับสูงและผู้ผลิตเริ่มส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายปลีก
สรุป iPhone 18 มีโอกาสแพงขึ้นจริงหรือไม่?
สถานการณ์ต้นทุนในอุตสาหกรรมไอทีขณะนี้มีเหตุผลเพียงพอที่จะทำให้เกิดแรงกดดันต่อราคาสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะจาก DRAM, NAND Flash และชิปประมวลผลรุ่นใหม่
TrendForce ประเมินว่า BOM ของ iPhone 18 Pro อาจเพิ่มขึ้นประมาณ 38% ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญว่าต้นทุนการผลิตกำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของ Apple
ขณะเดียวกัน Apple มีรายงานว่าจะปรับราคาสินค้าเพื่อรับมือกับต้นทุนหน่วยความจำและ Storage ที่สูงขึ้น แต่ยังไม่ได้ระบุว่าผลิตภัณฑ์ใดจะขึ้นราคาและขึ้นเท่าไร
ดังนั้น ประเด็นที่ว่า “iPhone 18 จะแพงขึ้นแน่นอน” ยังเร็วเกินไปที่จะฟันธง แต่คำว่า “มีแรงกดดันให้ราคาสูงขึ้น” มีข้อมูลตลาดรองรับมากกว่า
ผู้บริโภคจึงควรติดตามการประกาศอย่างเป็นทางการของ Apple โดยเฉพาะช่วงเปิดตัว iPhone 18 เพื่อดูว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะถูกส่งต่อมายังราคาขายมากน้อยเพียงใด ติดตามการเปิดตัววันพุธ ที่9 ก.ย. 2569 ผ่านทาง Apple



